News - Dow Family Thailand

News

บ้านที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่มีอยู่จริง: สร้างพื้นที่ปลอดภัยและ "จังหวะชีวิต" ที่เอื้อต่อสมองส่วนหน้าของลูก



>
                                    </a>
                                    <hr class=


บ้านคือผู้คนที่อยู่ในบ้าน ที่สามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกกล้าลองถูกลองผิด กล้าล้ม และรู้สึกว่าทุกคำพูดของเขามีคนรับฟัง เพราะความมั่นใจที่ลูกจะออกไปเผชิญโลกภายนอก เริ่มต้นจากการได้รับอนุญาตให้เป็นตัวของตัวเองได้ที่บ้านโดยไม่ถูกตัดสิน”

นี่คือหัวใจสำคัญจากการบรรยายหัวข้อ “บ้านที่ลูกพร้อมจะเติบโตอย่างมีความสุข” โดย ครูเกท ภูวฤทธิ์ ภูวภิรมย์ขวัญ ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลช้างเผือก ในงาน “ดรีมซิตี้ เมืองสร้างฝัน อีเอฟสร้างคน” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) กรุงเทพมหานคร สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป (RLG) และพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนมุมมองการเลี้ยงลูกจากการเน้นความสำเร็จทางวิชาการ มาเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและพื้นที่ทางอารมณ์ที่มั่นคง

ครูเกทได้หยิบยกกรณีศึกษาที่น่าสนใจของ “จาง” อัจฉริยะชาวจีนที่เรียนจบปริญญาเอกตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่กลับไม่สามารถใช้ชีวิตในสังคมหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการเร่งเรียนวิชาการเพียงอย่างเดียวโดยขาดทักษะชีวิตและการจัดการอารมณ์ (EF) อาจนำไปสู่ความล้มเหลวในโลกแห่งความเป็นจริง พ่อแม่จึงควรหันกลับมาให้ความสำคัญกับ “ทักษะความสัมพันธ์” และ “ความฉลาดทางอารมณ์” ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้

แนวทางการปรับ "จังหวะชีวิต" ในบ้านเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริม EF มีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • เป็นพ่อแม่ที่มีอยู่จริง (Available Parent): ลูกไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องการพ่อแม่ที่อยู่เคียงข้างเมื่อเขาต้องการ เช่น เมื่อเขาทุกข์ใจมีคนฟัง เมื่อเขาเหงามีคนเล่นด้วย และเมื่อเขาต้องการความอุ่นใจมีอ้อมกอดที่พร้อมจะปลอบโยน
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ: คือการทำให้ลูกรู้ว่าเขาสามารถสารภาพความผิดหรือแสดงความอ่อนแอได้โดยไม่ถูกตำหนิหรือทอดทิ้ง หากเด็กสัมผัสได้ว่า "พูดความจริงแล้วโดนทิ้ง" เขาจะเริ่มเรียนรู้การโกหกเพื่อความอยู่รอด แต่ถ้าเขารู้สึกปลอดภัย เขาจะกล้าเปิดเผยตัวตนและหาทางออกร่วมกับพ่อแม่
  • รับฟังโดยไม่รีบตัดสิน: เมื่อลูกเล่าเรื่องหรือแสดงอารมณ์ เช่น การร้องไห้ พ่อแม่ควรรับรู้ความรู้สึก (Validate Feeling) ของลูกก่อน เช่น "แม่เห็นนะว่าหนูเสียใจ" แทนการบอกให้หยุดร้องหรือตำหนิว่าเรื่องแค่นี้เอง การรับฟังอย่างใส่ใจทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและไม่ได้อยู่ลำพัง
  • วินัยเชิงบวก (Positive Discipline): การสร้างกติกาในบ้านต้องสม่ำเสมอและมีขอบเขตที่ชัดเจน แต่ต้องใช้เพื่อสร้างการเรียนรู้และแรงกระตุ้น ไม่ใช่เพื่อการลงโทษที่บั่นทอนจิตใจ พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่าง (Role Model) ในทุกมิติ เพราะลูกจะเรียนรู้จากการกระทำมากกว่าคำสั่ง

ครูเกทเน้นย้ำว่า “การเล่นคืองานของเด็ก” และการเล่นกับลูกที่บ้านคือการสร้างเซลล์ความมั่นใจ (Self-esteem) ที่ดีที่สุด พ่อแม่ควรให้โอกาสลูกได้เล่น ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และได้เผชิญกับปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อฝึกฝนสมองส่วนหน้าให้พร้อมรับมือกับโลกภายนอก

ท้ายที่สุด ความสุขของลูกเริ่มต้นที่ความสุขของพ่อแม่ หากเหนื่อยล้า พ่อแม่ควรอนุญาตให้ตัวเองได้พักและดูแลใจตัวเองก่อน เพื่อให้กลับมาเป็นพลังบวกและเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่แข็งแรงให้กับลูกได้อีกครั้ง เพราะบ้านที่เป็นมิตรต่อสมองและหัวใจ คือเกราะคุ้มกันที่ทรงพลังที่สุดที่ลูกจะพกติดตัวไปได้ตลอดชีวิต

รับชมการบรรยายตัวเต็มเพื่อสร้างบ้านแห่งความสุขได้ที่: YouTube ของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย: https://youtu.be/_z-yrv1KzV8